ประวัติ “วัดเจดีย์”

เป็นวัดร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีหลักฐานที่เหลือให้เห็น คือ พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกติดปากคือ ” ท่านเจ้าวัด ” ( พระพุทธพ่อท่านเจ้าวัดองค์ปัจจุบัน) ร่องรอยที่ตั้งอุโบสถเก่า ( ที่ตั้งอุโบสถใหม่ในปัจจุบัน) ซากองค์เจดีย์ และ ยอดปล้องไฉน (อยู่ด้านหลังอุโบสถ) ปัจจุบันสร้างมณฑปครอบไว้)

เจดีย์ครอบปล่องไฉน

พระพุทธพ่อท่านเจ้าวัด

เป็นพระพุทธรูปคู่วัดเจดีย์ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล อายุหลายร้อยปี คาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 ปี โดยแต่เดิมเป็นพระพุทธ รองพระประธานองค์ใหญ่ ที่มีขนาดใหญ่กว่าพระพุทธรูปพ่อท่านเจ้าวัดประมาณ 4 เท่า และอีกข้างจะมีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์แบบศรีวิชัยอีกหนึ่งองค์ เนื่องจากพระพุทธรูปประธานและพระพุทธรูปทรงเครื่องสร้างจากปูนได้ผุพังไปเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ คงเหลือแต่พระพุทธรูปพ่อท่านเจ้าวัด ซึ่งศอหักเหลือแต่เศียรและองค์พระ ต่อมาได้ชาวบ้านชุมชนบ้านโพธิ์เสด็จได้ต่อเศียรพระพุทธรูปขึ้นมาอีกครั้ง และเหตุที่ได้เรียกขานกันว่าพระพุทธรูปพ่อท่านเจ้าวัด เพราะด้วยว่าบ้านเมืองเสื่อมโทรมบันทึกคำบอกเล่าต่างๆ ได้สูญหายไปตามกาลเวลา ไม่มีใครรู้จักนามว่าคือพระพุทธรูปที่เหลืออยู่ เรียกว่าอะไร ชาวบ้านก็เลยเรียกตามประสาชาวบ้านว่า “พ่อท่านเจ้าวัด”

พระพุทธพ่อท่านเจ้าวัดเป็นพระพุทธรูป ใช้ในพิธีสำคัญของบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยอดีต ประวัติเกี่ยวกับประสบการณ์ของพ่อท่านเจ้าวัดมีมากมาย ตั้งแต่เรื่องโชคลาภ ของหาย โรคภัย ยศตำแหน่ง ธุรกิจ ตลอดจนถึงการขอบุตรเลยทีเดียว พ่อท่านเจ้าวัดเป็นพระพุทธที่ขอได้ไหว้รับไม่แพ้ที่แห่งไหน มีความศักดิ์สิทธิ์มากมาย และด้วยความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่สิงสถิตของอดีตเจ้าอาวาสทุกๆ รูปของวัดเจดีย์มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล หากจะว่าไปท่านเปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้ปกครองของไอ้ไข่อีกทีหนึ่ง จึงทำให้มีอิทธิคุณต่อผู้ที่กราบไหว้เคารพบูชาเป็นอย่างมาก
ชาวบ้านชุมชนบ้านโพธิ์เสด็จได้กราบและบนบานพระพุทธรูปพ่อท่านเจ้าวัดตั้งแต่สมัยที่เศียรหักยังไม่ได้ต่อ เพราะว่าท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีประสบการณ์กล่าวขวัญกันว่า ขอได้บนรับ นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์ประหลาดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับพระพุทธรูปพ่อท่านเจ้าวัด ซึ่งมีชาวบ้านในอดีตต่างพบเห็นครั้งหลายครา ก็คือ จะเห็นว่ามีเด็กอายุประมาณ 10 ขวบ วิ่งเข้า วิ่งออก จากองค์พระพุทธพ่อท่านเจ้าวัด จึงเป็นที่มาของ พ่อท่านเจ้าวัดและเด็กวัด ในกาลต่อมา
ซึ่งจากคำกล่าวขานนี้ทำให้ชาวบ้านที่จะมาบนบานศาลกล่าวขอความช่วยเหลือใดๆ จะใช้คำว่า พ่อท่านเจ้าวัดและเด็กวัด….ให้ช่วยเหลือในเรื่องนั้น เรื่องนี้ ตั้งแต่บัดนั้นมา

ก่อนที่จะมาเป็นวัดในปัจจุบัน

ปี 2500 มี พระคง กับ พระคี้ มาแผ้วถางวัดร้าง แล้วพักนำ 2 ปี แล้วเดินทางต่อไป จวบปี 2502 มีพระอาจารย์เทิ่ม ( พระครูเจติยาภิรักษ์) ซึ่งบวชที่วัดนาแล ( สโมสรสันติบาต) ได้มาอยู่สร้างวัดเขาคาและได้มีพระอาศัยอยู่ ก็เดินทางมายังวัดเจดีย์ และ ร่วมกับทวดเที่ยง ซึ่งชักนำลูกบ้าน ชาวบ้าน มาร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาวัดร้าง จวบจนมีพระอาศัยอยู่เข้าพรรษา 5 พรรษา ติดต่อกัน เลยขอขึ้นจดทะเบียนวัด เมื่อ ปี 2517 เป็นต้นมา